สวัสดีเหล่านัก Content ทั้งหลาย วันนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องการทำ SEO ด้วยตัวเอง หลายคนคงเคยได้ยินคำว่าการทำ SEO มาบ้างแล้ว แต่อาจจะยังไม่เข้าใจว่าการทำ SEO คืออะไรกันแน่ 

บางคนอาจจะคิดว่า SEO เป็นเรื่องยาก เหมือนอย่างเราที่คิดว่าต้องทำไม่เป็นแน่ แต่จริง ๆ แล้ว SEO ไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพียงแค่เราเข้าใจว่าการทำ SEO คืออะไร คำศัพท์ที่ควรรู้ก่อนการทำ SEO เบื้องต้นมีอะไรบ้าง รวมถึงต้องรู้เคล็ดลับขั้นตอนการทำ SEO สำหรับมือใหม่ที่ต้องการให้ติดอันดับ หากมีความรู้ดังนี้ก็สามารถทำให้ Content ของเราขึ้นหน้าหนึ่ง Google ได้ง่าย ๆ 

บทความนี้เราขอเล่าให้ฟังแบบเข้าใจง่าย ๆ พร้อมโชว์ตัวอย่างการทำ SEO ผ่านการโปรโมทบทความบนช่องทางออนไลน์ให้ไว้เป็นแนวทาง เพื่อให้ผู้อ่านสามารถเข้าใจและนำไปประยุกต์ใช้ในการทำ SEO ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เอาล่ะ ไปลุยกันได้เลย!


การทำ SEO คืออะไร คำศัพท์ที่ควรรู้ก่อนการทำ SEO เบื้องต้นมีอะไรบ้าง

เอาหล่ะเหล่านัก Content ทั้งหมาย ถ้าต้องการทำ SEO ด้วยตัวเอง ก่อนอื่นต้องเข้าใจเรื่องต่อไปนี้เสียก่อน

การทำ SEO คือ

กลยุทธ์ทำการตลาดออนไลน์ที่มุ่งเน้นไปที่การเพิ่มประสิทธิภาพของเว็บไซต์ให้ติดอันดับบนเครื่องมือค้นหา เช่น Google, Bing, Yahoo, และเครื่องมือค้นหาอื่น ๆ

วิธีการทำ SEO นี่แหละ เคล็ดลับพิชิตใจลูกค้าให้ติดหนึบ! เพราะจะช่วยให้ธุรกิจของคุณโผล่มาตรงหน้าลูกค้าที่กำลังมองหาสินค้าหรือบริการของคุณอยู่ ไม่ว่าลูกค้าจะค้นหาคำว่าอะไร เว็บไซต์ของคุณก็จะอยู่แถวหน้าเสมอ แบบนี้ธุรกิจจึงปัง



คำศัพท์ที่ควรรู้ก่อนการทำ SEO เบื้องต้น

การทำ SEO นี่แหละ ศึกชิงอันดับบนหน้าค้นหา งานนี้ต้องมีวิชามาสู้ งั้นมาดูคำศัพท์ทาง SEO เบื้องต้นที่มือใหม่ควรรู้กันก่อนดีกว่า จะได้เข้าไปลุยสนามรบได้อย่างมั่นใจ

– Keyword (คำหลัก)

คำหรือวลีที่ผู้คนใช้ในการค้นหาข้อมูลบนโลกออนไลน์

– Search Engine Optimization (SEO)

กลยุทธ์ทำการตลาดออนไลน์ที่ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณโผล่มาตรงหน้าลูกค้าที่กำลังมองหาสินค้าหรือบริการของคุณอยู่ ไม่ว่าลูกค้าจะค้นหาคำว่าอะไร เว็บไซต์ของคุณก็จะอยู่แถวหน้าเสมอ

– On-Page SEO

การปรับแต่งเว็บไซต์ให้มีคุณภาพและตรงตามความต้องการของเครื่องมือค้นหา

– Off-Page SEO 

การสร้างลิงก์กลับไปยังเว็บไซต์ของคุณจากเว็บไซต์อื่น ๆ

– Search Engine Result Page (SERP)

หน้าผลการค้นหาของเครื่องมือค้นหา

– Organic Traffic

การเข้าชมเว็บไซต์ที่มาจากผลการค้นหาของเครื่องมือค้นหา

– Conversion Rate 

อัตราส่วนการเข้าชมเว็บไซต์ที่นำไปสู่การบรรลุเป้าหมายทางธุรกิจ


คำศัพท์เพิ่มเติมที่มือใหม่ควรรู้

– Title Tag

ป้ายชื่อร้านของเว็บไซต์หรือหน้าเว็บ เอาไว้เรียกลูกค้าให้เข้าร้าน

– Meta Description 

ข้อความแนะนำตัวสั้น ๆ ของเว็บไซต์หรือหน้าเว็บ เอาไว้เล่าให้ลูกค้าฟังว่ามีอะไรน่าสนใจ

– Heading Tags 

ป้ายหัวข้อของเนื้อหา เอาไว้แบ่งเนื้อหาเป็นหมวดหมู่ให้อ่านง่าย

– Image Alt Text 

ข้อความบรรยายภาพ เอาไว้บอกลูกค้าว่าภาพที่เห็นคืออะไร

– Internal Links 

ลิงก์ภายในร้าน เอาไว้พาลูกค้าเดินสำรวจร้าน

– External Links 

ลิงก์ไปยังร้านอื่น ๆ เอาไว้พาลูกค้าไปเยี่ยมชมร้านอื่น ๆ

– Domain Authority (DA) 

คะแนนความน่าเชื่อถือของร้าน เอาไว้วัดว่าร้านนี้น่าเชื่อถือแค่ไหน

– Page Authority (PA) 

คะแนนความน่าเชื่อถือของหน้าร้าน เอาไว้วัดว่าหน้าร้านนี้น่าเชื่อถือแค่ไหน

เคล็บลับขั้นตอนการทำ SEO สำหรับมือใหม่ที่ต้องการให้ติดอันดับ

การสอนทำ SEO นี่แหละ วิชาลับที่จะช่วยให้คุณเป็นเจ้าแห่งการค้นหา แต่ไม่ใช่ว่าฝึกปรือแป๊บเดียวแล้วจะเก่งนะ ต้องใช้เวลาและความอดทน งั้นมาดูเคล็ดลับสำหรับมือใหม่ที่จะให้เว็บไซต์ติดอันดับกันดีกว่า

1. ศึกษาพื้นฐานของ SEO ก่อน

ก่อนที่คุณจะไปลุยศึกชิงอันดับบนหน้าค้นหา คุณต้องฝึกวิชา SEO ให้ชำนาญเสียก่อน จะได้เข้าใจว่า SEO ทำงานยังไง และปัจจัยอะไรบ้างที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณอยู่แถวหน้า

2. เริ่มต้นจากการปรับปรุงเว็บไซต์ของคุณ

ถ้าอยากเป็นดาวเด่นบนหน้าค้นหา เว็บไซต์ของคุณก็ต้องดีเลิศนะ คุณต้องเขียนเนื้อหาที่มีคุณภาพ ปรับแต่งเว็บไซต์ให้ใช้งานง่าย และใส่ Keyword ลงในเนื้อหาอย่างเหมาะสม จะได้ดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณเยอะ ๆ

3. เลือก Keyword ที่เหมาะสม

Keyword นี่แหละ อาวุธลับที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับบนหน้าค้นหา คุณต้องเลือก Keyword ที่ผู้คนค้นหาบ่อยและเกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ จะได้ดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณเยอะ ๆ

4. เขียนเนื้อหาที่มีคุณภาพ

เนื้อหาที่มีคุณภาพนี่แหละ เสน่ห์ที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณน่าดึงดูดใจ เนื้อหาของคุณควรมีความน่าสนใจ มีประโยชน์ และตรงประเด็น จะได้ดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาอ่านเนื้อหาของคุณเยอะ ๆ แต่ไม่ควรใส่ Keyword มากเกินไปจนทำให้เนื้อหาดูน่าเบื่อ

5. ปรับแต่งเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับ SEO

การปรับแต่งเว็บไซต์ให้เหมาะสมกับ SEO นี่แหละ วิชามารที่จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับบนหน้าค้นหา คุณต้องใส่ Keyword ลงใน Title Tag, Meta Description, Heading Tags, และ Image Alt Text จะได้ดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซต์ของคุณเยอะ ๆ

6. หาลิงก์กลับจากเว็บไซต์อื่น ๆ

ลิงก์กลับจากเว็บไซต์อื่น ๆ นี่แหละ ใบเบิกทางที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับบนหน้าค้นหา หาได้เยอะ ๆ รับรองว่าเว็บไซต์ของคุณจะดูน่าเชื่อถือ และดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาเยี่ยมชมเยอะ ๆ แน่นอน คุณสามารถใช้วิธีต่าง ๆ เพื่อหาลิงก์กลับ เช่น การเขียนบทความที่มีคุณภาพ หรือการเข้าร่วมกิจกรรมออนไลน์ต่าง ๆ

7. ติดตามผลลัพธ์อย่างสม่ำเสมอ

การติดตามผลลัพธ์อย่างสม่ำเสมอนี่แหละ กระจกวิเศษที่ช่วยให้คุณรู้ว่ากลยุทธ์ SEO ของคุณเป็นยังไงบ้าง จะได้รู้ว่าตัวเองต้องปรับปรุงอะไรอีก คุณสามารถใช้เครื่องมือ SEO เพื่อติดตามผลลัพธ์ต่าง ๆ เช่น อันดับของเว็บไซต์บนเครื่องมือค้นหา ปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์ และจำนวนลิงก์กลับ



ทำไมไม่นิยมสอนทำ SEO สายเทา

การทำ SEO สายเทาก็เหมือนการโกงสอบนั่นแหละ อาจจะทำให้คุณสอบผ่านได้เร็ว ๆ แต่หากโดนจับได้ก็อาจจะโดนไล่ออกได้เหมือนกัน

เหตุผลที่ไม่ควรทำ SEO สายเทา



ตัวอย่างการทำ SEO ผ่านการโปรโมทบทความบนช่องทางออนไลน์

การทำ SEO ผ่านการโปรโมทบทความบนช่องทางออนไลน์นั้น เป็นการช่วยให้บทความของคุณดังเปรี้ยงปร้าง ดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาอ่านเยอะ ๆ และเพิ่มโอกาสในการติดอันดับบนหน้าค้นหา โดยคุณสามารถใช้ช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ในการโปรโมทบทความของคุณได้ 

การทำ SEO YouTube

อยากจะดังเปรี้ยงปร้างบน YouTube ต้องสร้างวิดีโอจากบทความของคุณเลย วิดีโอของคุณต้องมีเนื้อหาที่เด็ดดวง น่าสนใจ และตรงประเด็น ที่สำคัญต้องใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้องลงในชื่อวิดีโอ, คำอธิบายวิดีโอ, แท็กวิดีโอ, และเนื้อหาของวิดีโอ จะได้มีคนมาค้นพบวิดีโอของคุณง่าย ๆ

การทำ SEO Facebook

อยากร่ำรวยบน Facebook ต้องเผยแพร่บทความของคุณ โดยการโพสต์บทความของคุณเอง หรือแชร์บทความของคุณไปยังกลุ่มที่เกี่ยวข้องก็ได้ ที่สำคัญอย่าลืมใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้องลงไปด้วย จะได้มีคนมาซื้อสินค้าหรือบริการของคุณง่าย ๆ

การทำ SEO Website

อยากมีชื่อเสียงดังบนเว็บไซต์ของตัวเอง ต้องเผยแพร่บทความของคุณเอง โดยการใส่ Keyword ที่เกี่ยวข้องลงใน Title Tag, Meta Description, Heading Tags, และ Image Alt Text ของบทความของคุณ บอกเลยว่าสำคัญมาก ๆ เพราะว่า Keyword นี่แหละคือกุญแจสำคัญในการทำให้บทความของคุณถูกค้นพบได้ง่าย ๆ คุณสามารถหา Keyword ที่เกี่ยวข้องได้จากเครื่องมือค้นหา Keyword จากนั้นใส่ Keyword เหล่านั้นลงใน Title Tag, Meta Description, Heading Tags, และ Image Alt Text ของบทความของคุณ

การทำ SEO Google

อยากหาเงินบน Google Maps และผลการค้นหาของ Google ต้องสร้างโปรไฟล์ Google My Business ของคุณเอง บอกข้อมูลธุรกิจของคุณให้ครบถ้วน ใส่รูปภาพสวย ๆ เข้าไปด้วย เพราะว่า Google My Business นี่แหละคือยาวิเศษในการทำให้ธุรกิจของคุณถูกค้นพบได้ง่าย ๆ ผู้คนจะรู้ว่าธุรกิจของคุณอยู่ที่ไหน และสามารถติดต่อคุณได้ง่าย ๆ


สรุปแนวโน้มการทำ SEO เว็บไซต์ 2023

กูเกิ้ลจะหันมามองเว็บไซต์ที่มีคุณภาพและมีประโยชน์ต่อผู้ใช้งานมากขึ้น ไม่ได้เน้นแค่คีย์เวิร์ด เพราะเนื้อหาต้องอ่านง่าย เว็บไซต์โหลดไว ปลอดภัย ที่สำคัญคือต้องอัปเดตเนื้อหาใหม่ ๆ อยู่เสมอ จะได้ไม่ตกเทรนด์ เว็บไซต์จะได้ดังเปรี้ยงปร้าง ผู้คนจะได้รู้จักคุณ



คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทำ SEO

ทำไมต้องทำ SEO

การทำ SEO จะช่วยให้ธุรกิจของคุณได้รับประโยชน์มากมาย เช่น
– เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย
– เพิ่มปริมาณการเข้าชมเว็บไซต์
– เพิ่มยอดขายหรือยอดสมัครสมาชิก
– สร้างการรับรู้ถึงแบรนด์
– เพิ่มการมีส่วนร่วมกับลูกค้า

หัวใจของ Google SEO คืออะไร

หัวใจของการทำ SEO Google คือ เนื้อหาที่มีคุณภาพ ควรมีความน่าสนใจ มีประโยชน์ และตรงประเด็น เนื้อหาของคุณควรมี Keyword อยู่อย่างเหมาะสม แต่ไม่ควรใส่ Keyword มากเกินไปจนทำให้เนื้อหาดู น่าเบื่อ

การทำ SEO สามารถใช้ในขั้นตอนใดของการทำ E-Commerce

SEO คือยาวิเศษที่จะช่วยให้ธุรกิจ E-Commerce ของคุณประสบความสำเร็จ
ตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้นจนถึงขั้นตอนสุดท้าย
– กำหนดกลุ่มเป้าหมายและ Keyword
SEO จะช่วยให้คุณเข้าใจกลุ่มเป้าหมายของคุณและค้นหา Keyword ที่เหมาะสมกับธุรกิจของคุณ จะได้รู้ว่าใครคือคนที่สนใจสินค้าหรือบริการของคุณ และพวกเขากำลังค้นหาอะไรอยู่
– สร้างเว็บไซต์ที่มีคุณภาพและตรงตามหลักเกณฑ์ของเครื่องมือค้นหา
SEO จะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีโอกาสถูกมองเห็นและคลิกเข้าชมมากขึ้น
– สร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพและน่าสนใจ
SEO ดึงดูดผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณ
– โปรโมตเว็บไซต์ของคุณให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น
SEO จะได้ช่วยให้ผู้คนรู้จักธุรกิจของคุณและซื้อสินค้าหรือบริการของคุณ

การทำ SEO On-page แตกต่างจากการทำ SEO Off-page อย่างไร

การทำ SEO on-page
เป็นเรื่องของการปรับปรุงแต่งเว็บไซต์ของคุณให้น่ามอง
– Title Tag คือป้ายชื่อหน้าร้านของคุณ เขียนให้กระชับ เข้าใจง่าย และน่าสนใจ
– Meta Description คือคำอธิบายสั้น ๆ เกี่ยวกับเว็บไซต์ของคุณ เขียนให้น่าสนใจและดึงดูดให้คนคลิกเข้าไปอ่าน
– Heading Tags คือหัวข้อย่อยของเนื้อหา เขียนให้ชัดเจนและน่าอ่าน

การทำ SEO off-page
เป็นเรื่องของการสร้างความน่าเชื่อถือผ่านการหาเพื่อนให้เว็บไซต์ของคุณ
– จำนวนลิงก์กลับจากเว็บไซต์อื่น ๆ ยิ่งมีมาก ยิ่งน่าเชื่อถือ
– คุณภาพของลิงก์กลับ ยิ่งมาจากเว็บไซต์ที่มีคุณภาพ ยิ่งน่าเชื่อถือ
– ความเกี่ยวข้องของลิงก์กลับ ยิ่งเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์ของคุณ ยิ่งน่าเชื่อถือ

SEO จ้างทำได้หรือไม่ หากต้องการจ้างจะต้องทำยังไง

SEO จ้างทำได้ หากต้องการจ้างจะต้องทำดังนี้
1. หาบริษัทหรือผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO ที่มีประสบการณ์และเชื่อถือได้ จะได้ไม่โดนปล่อยทิ้งให้ลอยแพ
2. พูดคุยกับบริษัทหรือผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO เพื่อกำหนดขอบเขตงานและค่าใช้จ่าย จะได้ไม่ต้องมาทะเลาะกันทีหลัง
3. เซ็นสัญญากับบริษัทหรือผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO จะได้มีหลักฐานอ้างอิง


สุดท้ายนี้ ฝากไว้นิดนึง ถ้าอยากทำ SEO ให้ปังจริง ๆ ต้องรู้จักใช้คำศัพท์ SEO ให้ถูกต้อง ไม่งั้นอาจจะสื่อสารกับกูเกิลไม่รู้เรื่อง แล้วจะติดหน้าแรกยาก 

หวังว่าบทความจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านทุกท่าน